หายตัวไปพักใหญ่อีกแล้ว
พอดีว่าเมื่อสามสี่วันก่อนเจอเรื่องเพี้ยนกะแอมทักมาว่าหายไปนานเลยเข้ามาอัพหน่อยละกัน
 
เริ่มที่เรื่องเดิมๆ เรื่องกินกินกินน่ะเอง
พอดีว่าเมื่อเดือนมกรา-กุมภาที่ผ่านมา เกิดคิดถึงการทำอาหารขึ้นมาเลยขยันทำไปพักนึง
หลังจากที่เข้าฤดูใบไม้ร่วง (เดือน 10) เป็นต้นมาก็แอบขี้เกียจบ่อยๆเพราะอากาศหนาว
 
 
ซ้ายบนขวาบนเป็นสตูว์ครีม อร่อยนะ :P
ซ้ายบนต้มฟักทองนานไปหน่อยเลยเละจนครีมเป็นสีเหลืองเลย
 
ซ้ายล่างเป็นฟักทองผัดไข่ ทำครั้งที่สองล่ะ ^^
ขวาล่างเป็นผัดเปรี้ยวหวานชิคุวะ นอกจากใส่สับปะรดแล้วยังมีมะม่วงด้วย ^^
ชอบมากๆเลย อยากกลับไปทำให้พ่อกะแม่กินบ้างจัง แหะๆ
 
ที่จริงช่วงปลายๆเดือนกุมภาก็ทำฟักทองผัดไข่กะเปรี้ยวหวานกล่องใหญ่ไปกินกัน
ที่ห้องเซนซังมาล่ะ วันนั้นก็มีเรา เซนซังสาวไต้หวัน เอแคทารีน่าสาวรัสเซีย
พีชสาวไทย แล้วก็เชโร่หนุ่มอินโดนีเซีย ทุกคนบอกชอบฟักทองผัดไข่มากกว่าแฮะ - -"
หลายๆคนไม่ชอบชิคุวะ ถ้าเช็คก่อนทำซะก็ดีหรอก ..หงึ
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------
 
แล้วก็นะ อัพเดทเรื่องอื่นมั่งๆ
เมื่อกลางเดือนได้รับผลสอบ JLPT (วัดระดับภาษาญี่ปุ่น) ที่สอบไปแล้วล่ะ
พอดีสอบระดับ N3 ไปน่ะ ก็ผ่านเรียบร้อย ถึงคะแนนจะไม่ได้ดีเด่อะไรก็เหอะ - -
 
แล้วก็เมื่อช่วงปิดปีใหม่ พอว่างๆก็เลยเดินไปสมัครทำงานพิเศษ
พอดีอยู่มาหลายเดือนแล้วกับเริ่มมีปัญหาอะไรเล็กน้อย ก็เลยไปทำมั่ง
เคยไปคุยมาสองสามที่ละแต่ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ เลยแป้กไป
พอดีคราวนี้รู้จักร้านนี้เพราะมีวันนึงเพื่อนชาวสวีเดนชวนไปกินกัน
พอไปก็เห็นที่หน้าร้านแปะป้ายรับสมัครพนักงาน คือเห็นมาเป็นเดือนแล้วล่ะนะ
แต่ขี้เกียจ+ขี้กลัวเลยไม่กล้าไม่ได้ไปสมัครซะที คราวนี้ว่างเลยไป
และแล้วก็ได้ทำล่ะ เย่! ก็เริ่มงานเดือนกุมภาอ่ะนะ
 
ถึงวันนี้ก็ทำมาเดือนนึงกะ 1 สัปดาห์แล้วล่ะ รวม 15 วันละ
ตอนอยู่ไทยไม่เคยทำแบบนี้เลย ครั้งแรกตื่นเต้นมาก แต่มันก็สนุกดีนะ เพื่อนดีด้วยล่ะมั้ง
ก็เป็นร้านอาหารไทยล่ะนะ งานก็เป็นพนักงานเสิร์ฟธรรมดาๆ แต่เราทำช่วงมื้อเย็น
คือร้านจะเป็น 2 กะอะ ช่วงมื้อเที่ยงกะช่วงมื้อเย็น เริ่มตอน 18:00 ถึง 22:00
แต่หลังจากนั้นก็ต้องเก็บนู่นเก็บนี่ บางวันถูพื้นอีก เลิกจริงๆก็ราวๆ 5 ทุ่มเที่ยงคืนอ่ะนะ
ถ้าคนน้อยก็อาจจะได้กลับเร็วบ้าง
 
ร้านนี้มีสามสาขาอ่ะนะ ที่เราทำเราทำแค่สาขาซังโจ
พนักงานในร้านสาขานี้มีคนไทยแค่ 2 คน คือเรากะพี่คนนึงเป็นเชฟ
คนอื่นๆเป็นคนญี่ปุ่นหมดเลย แต่จะได้รับชื่อภาษาไทยกันทุกคน
แอบเมาท์ต่อหน่อย.. ถ้าเป็นผู้หญิงก็ชื่อปกติๆกันล่ะนะ แต่ถ้าเป็นผู้ชายจะได้ชื่อเป็นตัวเลขล่ะ
ตอนนี้เราเจอ 2,4,6,7,8,9 แล้วล่ะ ยังไม่เคยเจอ 1,3,5 เลย ฮ่าๆ
(คืองี้น่ะ ใครเลขน้อยก็แปลว่ามาทำงานที่นี่ก่อนคนหลังๆน่ะ)
คนที่เราเจอบ่อยๆก็ 2,4,6 กะผู้หญิงชื่อโบว์ เรากะคนอื่นๆเรียกโบว์จัง
ส่วน 8 นี่ก็เจอบ่อยอยู่แต่ไม่บ่อยเท่า 4 คนข้างบน แล้วงี้นะ.. คนญี่ปุ่นเค้าออกเสียงแปด
กันไม่ได้อ่ะ ชื่อเค้าเลยอ่านว่า เพ็ตโตะ ทีนี้เราตั้งแต่มาญี่ปุ่นเนี่ยชื่อเราก็กลายเป็น เพ็จจิ
(เพราะมันเรียกง่ายกว่า เพชร เฉยๆ พอดีเพื่อนนักเรียนเค้ามีกันหลายชาติอ่ะนะ)
แล้วทีนี้.. ชื่อมันก็คล้ายกันอ่ะดิ ถ้าเรียก เพ็จจัง เพ็ตจัง มันก็เหมือนกันอ่ะ
เจ้าของร้านเค้าเลยให้เราเปลี่ยน เพราะเรามาทำงานทีหลังคุณ 8 เค้าอ่ะ
ที่ร้านนี้เราก็เลยกลายเป็น ไดยะจัง ไปซะงั้น (ไดยะ=เพชร)
แต่ถ้าวันไหนไม่ได้ทำงานพร้อมคุณ 8 ล่ะบางคนก็เรียกเราเพ็จจังนะ :) (รู้สึกดีกว่าไดยะอ่ะ)
 
แต่ก็นะ เท่าที่เจอและทำงานด้วยกันมา แต่ละคนก็นิสัยดีกันทั้งนั้นนะ
ใจดีเฮฮา บางคนแอบน่ากลัวในบางเวลา แต่จริงๆก็ไม่มีอะไร
บางคนแกดูเพี้ยนๆ แต่ฮาดี 5555
 
ถ้าวันไหนเราไปเร็วกว่า 6 โมงก็อาจจะได้กินข้าวก่อนทำงานด้วย เย่..ลัคกี้ อาหารไทยฟรี
 
วันแรกๆมึนมากๆ ชื่ออาหารไทยกลายเป็นอะไรยาวๆ เพื่อให้คนญี่ปุ่นเค้าเข้าใจง่ายๆ
เช่น ผัดไท ก็กลายเป็น ไทยโนะยากิโซบะ, ผัดซีอิ๊ว ก็กลายเป็น ไทยโนะยากิอุด้ง,
ผัดขี้เมา เป็น โคเมะบุโทะเม็งโนะคารามิอิทาเมะ,
ผัดกะเพรา เป็น บาชิรุชิริอิตะเมะ ถ้ามีไข่ดาวก็ เมะดะมะยากิโนะเซะ เพิ่มไปอีก
คอหมูย่าง เป็น ทอนโทโระนิขุโนะอะบุริยากิ,
น้ำตก เป็น ทอนโทโระนิขุโนะโคโซซะระดะ
ลาบไก่ เป็น โทริมินจิโนะโคโซซะระดะ
..
และอื่นๆอีกมากมาย
 
คุณพระ! (คำอุทานในช่วงแรกๆที่รู้ว่าต้องจำ)
แต่ตอนนี้โอเคละล่ะ วันที่สองที่เราไปทำงาน พี่แซน (พี่คนไทยอีกคน ที่เป็นเชฟ)
บอกว่าเมื่อวาน (ของวันนั้น) มีคนใหม่มาอีกคน เป็นคนญี่ปุ่น ทำวันแรกก็เจอลูกค้าเยอะ
เลยเลิกเลย ไม่ทำอีกเลย ..ตอนนั้นแอบปิ๋วไปบ้างอยู่เหมือนกัน
เพราะแรกๆเราก็จำอะไรไม่ค่อยได้ มีอะไรต้องจำเยอะเหลือเกิน ยิ่งไม่ใช่คนญี่ปุ่นด้วยละ
เลยทำความเข้าใจอะไรลำบากไปอีกชั้น แต่ก็นะ สปิริต (มั้ง เบาๆ) เลยไม่ได้บ่นอะไร
แล้วก็ทำต่อมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ชักอยากไปทำทุกวัน - -"
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------
 
แล้ว..
เมื่อสี่วันก่อน หลังจากเลิกงานราวเที่ยงคืนเศษๆมั้ง ก็เดินกลับบ้าน
เดินไปแวะคอมบินิ (ร้านสะดวกซื้อ) ไป กว่าจะถึงอพาร์ทเมนต์ก็ตี 1 ครึ่ง
ที่ประตูเหล็กอพาร์ทเมนต์ช่วงห้าทุ่มถึง 7 โมงเช้าจะมีการคล้องโซ่กุญแจไว้อ่ะ
เราก็เดินฟังเพลงมาเพลินๆ คนเดียว พอดีอพาร์ทเมนต์มันไม่ได้อยู่ริมถนนใหญ่อ่ะนะ
ต้องเดินเข้าซอยมาอีกหน่อย.. พอเราไขกุญแจเข้ามาส่วนด้านในแล้วหันหลังกลับ
จะคล้องโซ่ล็อกเหมือนเดิม..
 
คุณพระคุณเจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
 
อี๊วววววววววววว อี๋ยยยยยยยยยยยย
มีซาลารี่มัง (หนุ่มออฟฟิศ) แกเดินเข้ามา ท่อนบนชุดสูทพนักงานออฟฟิศนะ
แต่อีท่อนล่างนี่ อี๊วววววววววววววววว แหวะะะะะะะะะะะะะะะะ
พี่แกไม่หนาวหรอไงวะคะ ******เดินเข้ามาพร้อมเอามือชี้***ให้ดูอีก (*=เซนเซอร์)
อี๊วววววววววววววววววววววว อี๋ยยยยยยยยยยยยยยยยย
กลัวโคตรๆ ตกใจมากนาทีนั้น เกิดมา 25 ปีจวนจะ 26 อยู่ไม่กี่วันนี้ ไม่เคยพบไม่เคยเจอ
โรคจิตอะไรแบบนี้มาก่อน ทั้งๆที่ที่ไทยคนแบบนี้ก็มี ก็พอรู้ แต่ไม่เคยเจอ
ทำไมต้องมาเจอที่ญี่ปุ่นวะคะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
จังหวะนั้นตกใจแต่ไม่กรี๊ด หันหลังวิ่งหนี ทิ้งประตูไว้อย่างนั้น แต่มันต้องล็อกอ่ะ
ก็เลยหันกลับมามองประตูสักพัก ให้แน่ใจว่าไม่อยู่แล้ว ค่อยเดินกลับไปล็อก
แล้วรีบขึ้นตึกเข้าห้องมาโทรศัพท์หาแม่ แบบว่ากลัวจัด จัดๆ (แอบร้องไห้ไปด้วย กลัวโคตรค่ะ)
หลังจากนั้นไม่นอนทั้งคืน คุยกะแอม (เปิดเฟสบุคชั่วขณะ เพราะอารมณ์อยากเจอเพื่อนสุดๆ)
คุยกะเซียน (ผ่านเอ็มเอสเอ็น) คุยกะเซียนยันเช้าเลย ให้มันปลอบตั้งนาน
เช้ามาไปโรงเรียน ปรากฏว่าไม่ได้มีแค่เราที่เจอ คือพีชกะมาลินก็เจอ
(ช่วงนี้มาลินสาวสวีเดนมาอยู่กะพีช) สองสาวนั้นเจอเจ้าบ้านั่นตอนราวๆห้าทุ่ม
..แปลว่ามันอยู่ที่นั่นตลอด 2 ชั่วโมงครึ่งเลยเรอะวะคะ?!!? เราไม่ได้สังเกตเลย มันมาจากไหน???
(อย่างน้อยๆ ก็ขอบคุณคุณพระคุณเจ้าค่ะ ที่เจ้าบ้านั่นไม่วิ่งตามเข้ามาตอนเราวิ่งหนี)
 
เริ่มรู้สึกใจชื้นขึ้นเมื่อรู้ว่าไม่ได้เห็นแค่คนเดียว - -"
แต่ก็นะ ยังหวั่นๆอยู่ อาจารย์คุโบตะก็โทรแจ้งตำรวจให้แล้ว เค้าบอกว่า
ตำรวจบอกว่าจะคอยสอดส่องดูให้ ..ก็ใจชื้นขึ้น (เบาๆอ่ะนะ)
แต่ต่อจากนี้เวลาเดินผ่านหน้าประตูใหญ่อพาร์ทเมนต์ทีไร ผวาตลอดเลย
ยิ่งตอนฟ้ามืดๆยิ่งผวาใหญ่ ต่อไปนี้เวลาชั้นกลับจากทำงานพิเศษจะเป็นไงวะคะเนี่ย
..ผวามันทุกครั้ง? กึ๋ยย อยากหายกลัวจัง แต่มันก็ยังกลัวอยู่อ่ะ แง้
 
มาญี่ปุ่นเจอประสบการณ์แบบนี้นี่มัน..
เอาเหอะนะ จะถือว่าฟาดเคราะห์ ต่อไปจะต้องเจอเรื่องโชคดีๆๆๆๆๆๆ แน่ๆๆ
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
มาเรื่องใหม่ แต่เกิดขึ้นเมื่อกลางเดือนกุมภา ก่อนเจอเรื่องบ้าๆนั่นสองสามสัปดาห์อ่ะ
ที่เกียวโตหิมะตกทีจะตกบางๆ มีวันนั้น (วันในรูป จำไม่ได้ละวันไหน)
วันเดียวที่ตกหนาเตอะขนาดนี้ ด้วยกล้องเรามันหล่นแล้วถ่ายทีไรเบลอตลอด
รูปเลยได้แค่นี้แหละนะ อย่างน้อยก็ได้เก็บเป็นความทรงจำเบลอๆ ว่าในที่สุดก็ได้เจอ
หิมะตกหนาๆเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง ตุ๊กตาหิมะนั่นคนอื่นเค้าปั้นไว้นะ เราไม่สามารถอ่ะ
พอดีวันนั้นทำงานพิเศษ กลับมาถึงราวๆตีหนึ่ง เจอพีชกะจิน (คนไทยอีกคน) เล่นหิมะอยู่
กะมีคนอื่นในหอเล่นกันอีก 2 คน ..เลยเล่นมั่งแปบนึง
วันนั้นหนาจนถนนรถขับกะฟุตบาทคนเดินเนี่ยขาวโพลนเนียนไปด้วยกันเลย
ร่มก็ไม่ได้พกไป เลยต้องซื้อร่มใหม่มาอีก ตอนนี้ในห้องมีร่ม 8 คันแล้วอ่ะ เยอะอะไรขนาด!
 
ช่วงนี้เริ่มอุ่นขึ้นบ้างแล้วล่ะ (ดีมาก)
แต่วันนี้ดันเริ่มหนาวขึ้นมาอีก แอบรู้สึกป่วย กินยาไปสองเม็ดละ แล้วก็มาอัพบล็อก
ตอนนี้ว่าจะไปทำการบ้านแล้วนอนละ
 
ไปละ ฝันดีนะเพื่อนๆ เข้ามาทีก็อ่านๆบ้างนะ อย่าดูแค่รูป!
 
แล้วเจอกัน (เมื่อไหร่ดี?)
 
 
   << อ่าน Life in JP อัน ก่อน อันนี้
อ่าน Life in JP อัน ถัดจาก อันนี้ >>   
  ^ Top  |  เปิดสารบัญ Life in JP

Comment

Comment:

Tweet

อ่านตลอดนะ ไม่ได้ดูรูปอย่างเดียว question
แต่ delay มากเพราะไม่ได้เข้า exteen เลย 555 แวะมาเยี่ยมกันใน facebook บ้างนะ

#2 By miru on 2012-10-19 23:03

พึ่งรู้ว่าเพชรเจอคนโจคจิต 5555
รูปที่ถ่ายนึกว่าตั้งใจให้มันเบลอ สวยดีนะ ^^

#1 By อ๊บ (58.9.41.62) on 2012-04-12 13:57