大阪22: New Year!'12 / Kyocera Dome? Kansai TV?

posted on 11 Jan 2012 17:43 by thisisapet  in JPLife
ก็นะ ปิดเทอมช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ทำอะไรเลยอ่ะ
แต่วันส่งท้ายปีเก่า วันที่ 31 ธันวาคม ไปดูคอนเสิร์ตมาจ้า
ปีที่แล้วก็ไปดู รูปก็ถ่ายมา แต่ไม่อัพแล้วนะ ขี้เกียจจ้า
 
วงที่ไปดูทั้งปีที่แล้วและปีนี้ก็เป็นวงเดียวกันนั่นน่ะแหละ ปีที่แล้วดูสามรอบ
ปีนี้ดูไปสองรอบ แต่สุขใจกว่าเพราะว่ามีใบนึงเป็นตั๋วที่ได้มาด้วยชื่อของตัวเอง
คือถ้าไม่ใช่สมาชิกล่ะก็ต้องซื้อตั๋วจากสมาชิกมาดูน่ะ แล้วถ้าเป็นสมาชิกก็ดูได้แค่รอบเดียว
เพราะฉะนั้นคนที่อยากดูหลายรอบก็ต้องซื้อตั๋วจากคนอื่น
 
คิดมากหน่อยนึงว่าคนที่รู้จักจะมีใครมาอ่านเจอแล้วแบบคิดว่า มันมาทำอะไรที่นี่ฟะ
..รึเปล่าอ่ะนะ แต่ในเมื่อมันมีโอกาส บวกกับมีความชอบด้วย
จะหาประสบการณ์ด้านนี้ให้กับชีวิตบ้างคงไม่เป็นไรหรอกนะ ..ก็คิดอย่างนี้
ก็เลยพิมพ์บอกไว้ซะหน่อย ตัวเราเองจะได้สบายใจและกล้าอัพบล็อกเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้บ้าง
 
เล่าต่อนะ :)
ตั๋วที่ได้มาเองมันรอบบ่าย ที่จริงอยากดูรอบเคาท์ดาวน์
(ระบบเค้าสุ่มว่าใครจะได้ดูรอบไหน และได้นั่งที่ไหน แบบนี้เราชอบอ่ะ แอบสบายใจกว่า
ไม่ต้องเครียดเวลาซื้อบัตรแบบเลือกได้ ว่าชั้นต้องไปเช้าแค่ไหนเพื่อจะได้ที่ดีๆ
แบบนี้ลุ้นกว่าก็จริง แต่ไม่เหนื่อยใจเหนื่อยกายดี)
 
แต่ไม่อยากทิ้งรอบบ่าย เพราะมันเป็นตั๋วของเราเองจริงๆ บนบัตรก็เขียนชื่อเรา
ก็เลยไปดูรอบบ่ายด้วย แล้วซื้อรอบเคาท์ดาวน์ต่อจากสมาชิกคนอื่น
ปีนี้แฮปปี้กว่าเพราะได้ราคาถูกกว่าปีที่แล้ว
 
วันที่ 31 ธันวาคม
 
 
เราไปดูที่นี่ เคียวเซระโดม โอซาก้า
คอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นโดยทั่วไปมีกฎเกณฑ์เหมือนกันรึเปล่าเราไม่รู้นะ
แต่วงที่เราไปดูนี่ ค่ายเค้ามีกฎแบบนี้อ่ะ คือห้ามป้ายไฟ ห้ามป้ายเชียร์ใหญ่กว่าพัดที่ขายหน้างาน
คือที่หน้าคอนเสิร์ตจะมีขายสินค้าของคอนเสิร์ตนั้นๆอยู่อ่ะ หลายๆคนทำพัด (อุจิวะ) ไปเอง
แต่เราขี้เกียจอ่ะ นั่งก็ไกล เค้าไม่มาเห็นหรอก ได้ไปฟังก็พอละ ก็เลยซื้อหน้างานเอา
 
อ้ะลืมบอก รูปที่ถ่ายแล้วโพสต์คราวนี้มาจากกล้องโทรศัพท์มือถือนะ
กล้องคอมแพคสุดรักมันเพี้ยนไปแล้วอ่ะ ..แง
 
 
สวยมั้ย เราชอบมากเลย สองอันนี้เค้าเรียกสโนว์โดม เป็นสินค้าขายหน้าคอนเสิร์ต
แบบลิมิเต็ดเฉพาะที่โอซาก้าเท่านั้นล่ะ คือในการทัวร์คอนเสิร์ตรอบนึงอ่ะ
มันก็จะมีไปหลายที่หลายจังหวัดใช่มะ แต่สโนว์โดมอ่ะมีขายแค่ที่โอซาก้าเท่านั้น
 
อันซ้ายเป็นของคอนเสิร์ตปีที่แล้ว อันขวาเป็นของปีนี้ เราชอบของปีนี้มากกว่านะ
 
 
เค้าไม่ให้ถ่ายรูปในคอนเสิร์ตหรอก แต่ว่ารูปนี้งานมันเลิกแล้วอ่ะ ตอนแรกไม่คิดจะถ่ายหรอก
แต่คนนั่งละแวกใกล้ๆหลายคนถ่ายกัน เลยถ่ายมั่ง ที่ระลึกนิดนึง
ตามรูปเป็นที่นั่งของรอบบ่ายอ่ะ
 
ส่วนคอนเสิร์ตก็.. เขียนบันทึกไว้อ่านเองเพียบเลยล่ะ 555
ไม่พิมพ์ลงในนี้ล่ะ มันเยอะเกิน เอาเป็นว่าสนุกกว่าปีที่แล้วอ่ะนะเราว่า
ไม่รู้ว่าเพราะปีที่แล้วฟังภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่องรึเปล่า ช่วง MC (ไม่ร้องเพลง เป็นช่วงยืนคุยกัน)
ก็เลยฟังไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย แต่ของปีนี้อ่ะ.. โดยส่วนใหญ่ฟังเข้าใจนะ (แอบดีใจ)
มีที่ไม่รู้เรื่องอยู่ด้วยแหละ แต่ว่าที่ฟังออกก็มากกว่าที่ฟังไม่ออกอ่ะ
..ดีมะ ถึงปิดเทอมแต่ชั้นก็ได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นนะเออ
 
 
รูปซ้ายเป็นโปสเตอร์ผลงานในปี 2011 ที่ผ่านมาของวงนี้ เป็น 4 ซิงเกิ้ลกับ 1 อัลบั้ม
รูปขวาเป็นราเม็งแบบธรรมดา จากร้านใกล้ๆเคียวเซระโดม กินตอนประมาณใกล้ๆตีสาม
ของวันที่ 1 แบบเป็นอาหารมื้อแรกของปี คิดมั่วๆเอาเองว่า อะไรๆจะได้มั่นคงยืนยาว
แบบเส้นราเม็ง (หาเหตุผลข้างๆคูๆ 555) แบบดูรอบเคาท์ดาวน์เสร็จตอนเกือบตีสองได้มั้ง
ไปหาที่นั่งบันทึกๆเก็บไว้อ่านหน่อย แล้วก็มาหาอะไรกินก่อนกลับเกียวโต
วันนั้นถึงห้องตีห้าอ่ะ โชคดีรถไฟช่วงปีใหม่เค้าวิ่งทั้งคืน แต่รอบนึงกว่าจะมาทีก็รอนานนะ
 
อย่า! อย่าคิดว่าบล็อกนี้จะเขียนแค่คอนเสิร์ต! บอกแล้วว่ามันคือประสบการณ์!
เพราะฉะนั้นก็เลยจะเขียนถึงอีกเรื่องนึง เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองล่ะ
 
วันที่ 10 มกราคม
 
 
เกริ่นหน่อย ขอกลับไปพูดถึงเรื่องที่นั่งในคอนเสิร์ตนิดนึง
ที่นั่งเรียกรวมๆมีสองแบบมั้ง คืออารีน่า จะอยู่ใกล้เวทีแล้วก็เห็นชัด กับตั๋วแสตนด์
คือเป็นที่นั่งล้อมรอบพื้นที่อารีน่า ไล่ระดับขึ้นไปใกล้ยอดโดมอ่ะ สำหรับคนที่เอาตั๋วมาขายต่อ
โดยส่วนใหญ่แล้วตั๋วอารีน่ามักจะขายได้ราคาดีกว่าตั๋วแสตนด์อ่ะนะ
อธิบายแบบนี้แล้วเข้าใจใช่มะว่า หมายความว่าที่นั่งในอารีน่าจะมีโอกาสได้เห็นนักร้องชัดกว่าอ่ะ
 
คือสำหรับเรื่องเมื่อวานนี้อ่ะนะ
ถ้าให้เทียบความโชคดีก็คงเหมือนซื้อตั๋วคอนเสิร์ตแล้วแรนดอมที่นั่งได้ตั๋วอารีน่าอ่ะนะ
หรืออาจจะยิ่งกว่าอีกอ่ะ ..เวอร์ไปป่าวเนี่ย
 
สรุป (ซะที) คือเมื่อวานได้ไปดูการบันทึกรายการที่สถานีโทรทัศน์มาล่ะ :D
ไม่ใช่สมาชิกไปดูไม่ได้นะ ถึงเป็นสมาชิก..แต่ถ้าไม่ได้รับเลือกก็เข้าไปดูไม่ได้เหมือนกัน
ช่วงสิ้นเดือนจะมีเปิดรับสมัครไปดูอ่ะ เราเคยส่งไปสองครั้ง ก็พลาดอ่ะนะ
ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่ลองส่งไปอีก และแล้วก็ลัคกี้! ได้ดูจนได้น้า
 
 
สถานที่คือที่นี่เอง คันไซเทเรบิ (คันไซทีวี) ในโอซาก้า
คือการบันทึกรายการของนักร้องของค่ายนี้หลายๆรายการ เกือบทั้งหมดจะเป็นในโตเกียวอ่ะ
ยกเว้นอยู่สองสามรายการจะบันทึกในโอซาก้า รายการนี้ก็เป็น 1 ในนั้นล่ะ
 
ที่บอกว่าโชคดียิ่งกว่าได้ตั๋วอารีน่าน่ะเพราะ.. มันใกล้มากกว่าหลายๆที่ในอารีน่าเลยล่ะ
แล้วถ้าเป็นคอนเสิร์ตอ่ะ ต่อให้ได้ที่นั่งอารีน่า ก็ไม่ใช่ว่าจะได้เห็นใกล้ๆตลอดเวลานะ
เพราะมันจะต้องมีช่วงที่พวกนักร้องเค้าวิ่งไปวิ่งมาที่อื่นทั่วโดมใช่ปะ
แต่การบันทึกรายการโทรทัศน์นี่คือ พวกเค้าจะนั่งอยู่กับที่น่ะสิ! ต่อให้ไม่นั่งก็ยังเดินไปเดินมา
ไม่ได้กระโดดโลดเต้นไกลๆ สรุปคือใกล้มากอ่ะ
 
 
หน้าตึกอีกสักใบ คือตอนถ่ายรายการเค้าไม่ให้ถ่ายรูป, ถ่ายวิดีโอ, อัดเสียง (เหมือนคอนเสิร์ต)
ก็เลยถ่ายแค่หน้าตึกเป็นที่ระลึกแล้วกันว่า.. ชั้นเคยได้เข้าไปดูเค้าอัดรายการโทรทัศน์ที่ญี่ปุ่น
นะเฟ้ย! จะมีกี่คนที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่นแล้วได้เข้าไปดู แต่แม้จะเป็นคนญี่ปุ่นเองก็เถอะ
ก็ไม่ใช่ทุกคนนะที่จะได้เข้าไปดู! (..ก็น่ะ ขอดีใจเว่อร์ๆนิดนึง คงไม่เป็นไร)
 
แล้วคนที่มีโอกาสได้ดูต่อรอบก็แค่ 100 คนเองนะ (เหมือนนักเรียน 2 ห้อง)
ที่นั่งดูแบบแสตนด์ แบ่งสองฝั่งซ้ายขวา แถวละ 8 คน สองฝั่งก็ แถวละ 16 คน
เราได้นั่งแถวที่สองล่ะ ก่อนเริ่มพอเข้าไปนั่งประจำที่กันแล้ว เจ้าหน้าที่เค้าก็มาคุยตกลงกันก่อน
เช่นเรื่องปรบมือ ทำเสียงเวลาเค้าคุยเรื่องสนุกๆกัน ต้องทำยังไง แบบจะได้ดูมีส่วนร่วมอ่ะ
(เราเล่างงมะ) แล้วก็คุยเล่นนิดหน่อย มีถามว่าใครได้รับเลือกให้มาดูกี่ครั้งกันแล้ว
ส่วนใหญ่ก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรก กับครั้งที่สองอ่ะนะ แต่มีคนที่มาเป็นครั้งที่ 5-6 แล้วก็มี
แล้วก็ถามว่าใครมาจากไหนกัน ส่วนใหญ่ก็มาจากในแถบคันไซกันล่ะนะ
แต่ก็มีคนที่มาไกลจากนาโกย่า โตเกียว จิบะ จากคิวชูก็มี! โอ้โหเหะ!
(นาโกย่า อยู่ไกลจากคันไซไปทางตะวันออกหน่อย ถัดๆไปอีกจะเป็นโซนคันโต
โตเกียวกับจิบะอยู่ในแถบคันโต ส่วนคิวชูจะอยู่ตอนใต้)
 
แล้วก็ได้เวลา คือมันเป็นรายการวาไรตี้อ่ะ วงนี้เค้าก็มีกัน 7 คนใช่มะ
(อ้ะ รายการนี้เป็นรายการประจำของวงที่เราไปดูคอนเสิร์ตมาอ่ะ)
แล้วก็แต่ละสัปดาห์จะเชิญแขกรับเชิญมาครั้งละคน หรือสองคน (เช่นถ้าเป็นคู่ดาราตลกอ่ะ)
แล้วก็มานั่งคุยๆกัน ครั้งนี้แขกรับเชิญเป็นดาราตลก (รึเปล่า? ไม่รู้จักอ่ะ แต่เค้ามาเป็นคู่นะ)
ก็คุยๆกันไป เฮฮาร่าเริง แล้วก็มีประชันแข่งชู้ตบาสกันด้วย ก็เป็นตัวแทนจากคู่นี้คนนึง
กับตัวแทนจากวงนี้คนนึง แขกรับเชิญชนะไป ได้กินอาหารอร่อยเป็นรางวัล
 
คือรายการนี้อ่ะหลายทีละ เอาอาหารมาให้กินกันบ่อยๆ ตอนแรกที่ยืนตั้งแถวรอกันหน้าห้องส่ง
ก็เห็นจนท.เข็นรถเข็นแบบมีกล่องใหญ่ๆแบบน่าจะใส่พวกของสดอยู่ตั้งสามกล่อง
แล้วก็เห็นพวกผักพวกหม้อแบบหม้อไฟด้วย แล้วไงล่ะ.. อย่างที่คิดเลย! มีหม้อไฟตั้งสามแบบ
มาให้พวกวงนี้กะแขกรับเชิญกินกันจริงๆด้วย (ไม่ได้มีแค่อาหารรางวัลจากการแข่งชู้ตบาสเท่านั้น
ช่วงท้ายๆรายการทุกคนยังมากินหม้อไฟกันอีก) ..กินกันต่อหน้าคนดูนับร้อย หิวเลยอ่ะ
 
 
เวลาความสนุกมีแค่ประมาณชั่วโมงครึ่งเท่านั้น พอออกมาจากห้องส่งยังเจอคนดูตั้งแถวรอ
กันอีกแน่ะ! แปลว่า.. จบการอัดรายการรอบที่เราเพิ่งดูไปแล้วเค้าก็จะอัดเทปอื่นกันต่ออีก
 
..และ เพราะพวกนั้นเค้ากินหม้อไฟกันสำราญ umaiๆๆๆๆๆๆ กันอยู่นั่นล่ะ (คล้ายๆ oishii
แต่ความหมายก็แบบประมาณอร่อยกลมกล่อมอ่ะ) ดูจบปุ๊บเราเลยรีบไปหาอะไรกินเลย
ก็กินนี่ล่ะ อย่างแรกก็เมนจิคัตสึด้ง แอบเยอะนะ ราคาถูกด้วย โดยส่วนตัวเราว่าอาหารการกิน
หลายๆอย่างในโอซาก้าถูกกว่าเกียวโตอ่ะ (หรืออาจเพราะเรามักจะเจอแบบถูก)
อร่อยใช้ได้เลย กินเสร็จปุ๊บอยากกินขนม เลยเข้าร้านนึงอารมณ์ผู้ดีอังกฤษมากๆอ่ะ
แต่งร้านสไตล์ยุโรป แถมเปิดเพลงคลาสสิคคลอเบาๆด้วย ที่ร้านนี้ก็สั่งทาร์ตเบอร์รี่เปรี้ยวๆมากิน
อร่อยค่ะ :) ลูกค้าร้านนี้ส่วนใหญ่แอบเป็นคนมีอายุแฮะ หนุ่มสาวมีบ้างแต่น้อยอ่ะ
ออกแนววัยทำงานไปจนถึงคุณปู่ยังหนุ่มคุณย่ายังสาว
 
 
กินเสร็จก็เดินเล่นแถวนั้นแหละ ไม่ค่อยได้มาโอซาก้าซักเท่าไหร่เลยขออยู่อีกสักพัก
ก็เห็นคนถือไม้อะไรไม่รู้มีประดับตกแต่งพร้อมกับอะไรที่ดูเหมือนกิ่งไม้
..ถือเดินผ่านไปหลายคน ก็เลยคิดว่ามาจากวัดหรือศาลเจ้ากันแน่นอน ก็เลยเดินหา
เพราะตั้งแต่ปีใหม่มายังไม่ได้ไหว้พระเลย
 
ก็เจอศาลเจ้านี้ล่ะ Horikawa Ebisu Shrine ก็เข้าไปไหว้มา
ขอพรเป็นภาษาญี่ปุ่นเป็นแล้วนะ :) ก่อนหน้านี้เวลาไปไหว้ก็ขอพรเป็นภาษาญี่ปุ่นเหมือนกัน
แต่รู้สึกจะผิดไวยากรณ์น่ะ แต่ตอนนี้เป็นละล่ะ
 
อยากได้ที่เค้าถือเดินไปเดินมาอย่างที่บอกไปแล้วอยู่เหมือนกันนะ
ปีที่แล้วหลังจากดูคอนเสิร์ต วันถัดมา (2 มกราคม 2011) ก็ไป Ibaraki Shrine
(ชื่ออิบารากิ แต่ไม่ได้อยู่ในจังหวัดอิบารากินะ อยู่ในจังหวัดโอซาก้า เขตอิบารากิอ่ะ)
แล้วที่ Ibaraki Shrine ก็ไหว้พระ แล้วก็ซื้อลูกศรธนูกลับมา ปีนี้ที่จริงก็อยากไป อยากซื้ออยู่หรอก
แต่ว่าไม่ได้ซื้อ อย่างไม้อะไรสักอย่างที่มีของประดับๆกับกิ่งไม้ของ Horikawa Ebisu Shrine
นี่ก็อย่างต่ำปาไปสองพันเยนแล้วอ่ะ เลยไม่ได้ซื้อ
 
เดินจนมืด ราวหนึ่งทุ่มนิดๆก็นั่งรถไฟกลับเกียวโตซะที
เอาล่ะจบละ ได้เล่าเรื่องราวนอกเหนือจากของกินบ้างซะทีน้า
..แม้จะมีแทรกมาบ้างนิดหน่อยก็เถอะ
 
สองวันนี้นับได้ว่าแฮปปี้มีความสุขจริงๆน้า.. แล้วก็ที่จริงมีเกือบๆจะน่ายินดีอีกเรื่องเล็กๆ
แต่ว่า โดยส่วนตัวคิดว่ายังไม่ชัวร์เท่าไหร่ เลยไม่ได้พูดถึง แต่ก็นะ
เรื่องนั้นมันก็เป็นเรื่องที่สาม (แบบเล็กๆ) ที่ทำให้อารมณ์ดีน่ะ
 
หัวบล็อกคราวนี้ใส่ 大阪 (โอซาก้า) แทนที่จะเป็น 京都 (เกียวโต) เหมือนเคย
เป็นลูกเล่นเล็กๆ แบบว่าเรื่องที่อัพคราวนี้มีแต่เกิดขึ้นในโอซาก้าอ่ะ
 
..รู้สึกเหมือนว่าตั้งแต่ปีใหม่มาเนี่ยแอบโชคดีอยู่หลายที
(เรานับเรื่องวันที่ 31 เป็นส่วนหนึ่งของปีใหม่ด้วย)
หวังว่าปีนี้จะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆนะ :D
 
ตั้งแต่ต้นละลืมพูดไป! สวัสดีปีใหม่จ้า
 
 
   << อ่าน Life in JP อัน ก่อน อันนี้
 
  ^ Top  |  เปิดสารบัญ Life in JP
สวัสดีค่ะ
เมอร์รี่คริสต์มาสค่ะ
メリクリスマスだよ。
 
คราวก่อนบล็อกเงียบเหมือนเคย เพราะไม่มีคนเข้ามาอ่าน
หรือเพราะเราพิมพ์ญี่ปุ่นล้วนไม่แปลไทยอ่ะ คือไม่ได้มีอะไรเป็นความลับหรอกนะ
แค่อยากฝึกแกรมม่าภาษาญี่ปุ่นที่เรียนมาก็เลยคุยเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นเอง นานๆทีน่ะ
 
วันนี้เป็นวันคริสต์มาส (ที่ญี่ปุ่นเลยมาชั่วโมงครึ่งละ)
ทีแรกกะจะไม่ไปไหน แต่เพื่อนชวนไปกินอะไรกันก็เลยไปกิน Cafe Sweets of Ninja มาอีกละ
บุฟเฟต์ของหวานน่ะ นี่เป็นครั้งที่สามละ ชอบร้านนี้มาก คิดไว้เลยว่าถ้าเพื่อนที่ไทยใครมานะ
จะชวนไปกินให้ได้เลย รู้สึกร้านนี้จะไม่มีสาขาที่โตเกียวด้วยแหละ
คราวที่แล้วกินไปได้ 8 จาน วันนี้น้อยง่ะ 4 จานครึ่งเอง เกิดอะไรขึ้นกับกระเพาะฉัน?
(แน่ะ.. สาธยายความตะกละของตัวเองอีกแน่ะ)
วันนี้คนแน่นมาก ส่วนใหญ่มีแต่สาวๆ
 
ช่วงนี้ไม่ได้ถ่ายรูปเล่นเลย เซ็งมาก วันก่อนทำกล้องหลุดมือหล่นพื้น
เพิ่งซื้อปีที่แล้วเอง T-T ใช้ได้แค่ปีครึ่งเอง
วันนี้เอาไปถามที่ร้านมา (ซื้อไทยก็จริง แต่กล้องญี่ปุ่นอ่ะ Canon)
เค้าบอกว่าค่าซ่อมอย่างต่ำ 8,000 เยน ..คุณพระะะะะะะะะะะะ
ราคากล้องใหม่อย่างต่ำประมาณ 9,000 อ่ะ -*-
เซ็งตัวเองที่สุด ไม่น่าสะเพร่าจับไม่แน่นเลย..ฮุ่ย
มันไม่ได้เสียแบบถ่ายไม่ได้เลยหรอก แต่มันก็เหมือนไม่ได้ถ่ายอ่ะนะ
เพราะเหมือนโฟกัสมันเสียไปเลย ถ่ายทีเบลอตลอด เซ็งงงงงงง ง่ะ
(นับวันบล็อกเริ่มจะกลายเป็นไดอารี่ไม่ก็ที่บ่นเล่นไปจริงๆซะละ)
เสียดายกล้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ที่สุด ..แง้
 
ไปแล้ว เริ่มต้นด้วยเมอร์รี่คริสต์มาส ลงท้ายด้วยเซ็งตัวเอง แง
 
 
   << อ่าน Life in JP อัน ก่อน อันนี้
อ่าน Life in JP อัน ถัดจาก อันนี้ >>   
  ^ Top  |  เปิดสารบัญ Life in JP

京都20:日本語の話だけ。

posted on 14 Dec 2011 17:04 by thisisapet  in JPLife
こんばんは
 
前に、2〜3回日本語で日記(多分話?)を書いた。後で、止めちゃったんだ。
あたしの日本語が上手じゃないんだけど、
じつは、勉強した文法を使いたいんだから、今日の話は日本語だ。
 
今、日本語能力の三級を勉強してる。そろそろ、終わるんだ。
毎週、作文を四枚ぐらい書かないと。最初は好きだけど、今はもう書きたくないんだ。
悪い学生になっちゃったんだね。
 
最近、寒さはだんだん増えて来た。毎日大変だよ。
寒さのせいで、何もあまりしたくない。一番好きなことは食べることだ。
何も食べ切ったし、いつも食べたいし、今の体重はちょっと。。(ー”ー)
 
でもね、今日の昼食は韓国料理だよ。カルビ丼を食べた。(もちろん、食べ切った。)
あたしはほんまにそれが好きだ。昨日も注文して、食べ切ったからだ。
そのカルビの味はタイのムーピンの味みたいだよ。
でも、カルビ丼ばかり食べてるなら、そろそろつまらなくなるかも。
で、今度このレストランへ食べに行ったら、他のメニューを注文するつもりだ。
 
最近、フラェッシというパソコンのソフトを使った。
ちょっとやばいだった。だから、これからよく使わないと。
 
他の話題ね。
授業中に、みんなは時々英語で話し合ってる。
あたしは英語を聞けば聞くほど、英語を勉強したいんわ。
でも、無理だろうね。今、日本で日本語を勉強してるからだ。
 
日本語の勉強と言ったら、あたしの一番問題は速さだ。
いつも、いつも、遅く考えて、話してる。ばかだろう!
どうしよう?速く話せるようになりたいんだ。
 
ところで、いよいよ冬休みだね。
計画があまりなくて、31日に一人でコンサートを見に行くということだけだ。
でも、さびしくないよ。コンサートを見るとしたら、
一人で行くのはとてもいいと思う。
今、楽しみ待ってる。大阪へ早く行きたいなあ。
 
じゃあ、今日の日本語の話を止めるべきだと思う。
もっと勉強した文法を使いたいんだけど、長過ぎるかも。
 
あたしの日本語にまちがいがあったら、ごめんね。
 
また。:)
ペッチだよ
 
 
   << อ่าน Life in JP อัน ก่อน อันนี้
อ่าน Life in JP อัน ถัดจาก อันนี้ >>   
  ^ Top  |  เปิดสารบัญ Life in JP